เว็บไซต์อยู่ระหว่างการปรับปรุง หากมีข้อเสนอแนะ กรุณาแจ้ง ที่นี่
Close Notification
Open Notification

พระประวัติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเกษมสันต์โสภาคย์ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์ ต้นราชสกุลเกษมสันต์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น ๔ พระองค์เจ้าเกษมสันต์โสภาคย์ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์ เป็น พระเจ้าลูกยาเธอลําดับที่ ๒๖ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เป็นพระโอรสองค์ที่ ๓ ในเจ้าจอมมารดาแพ (สกุลเดิมธรรมสโรช) ประสูติเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๓๙๙ ที่ตําหนักหลังพระที่นั่ง จักรพรรดิพิมานมุข ในพระบรมมหาราชวัง ทรงมีพระอนุชาร่วมพระโสธรคือสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงมีพระเชษฐภคินี ๒ พระองค์คือพระองค์เจ้าหญิงยิ่งเยาวลักษณ์ และ พระองค์เจ้าหญิงพักตร์พิมลพรรณ และพระขนิษฐา ๑ พระองค์ คือพระองค์เจ้าหญิงบัญจบเบญจมา

เมื่อพระชนมายุ ๑๓ พรรษา ทรงผนวชเณรที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และได้มีโอกาสเทศน์มหาชาติ กัณฑ์จุลพนถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่งานพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิต ได้เสด็จอยู่ใน บรรพชาเพศ ๖ พรรษา จึงได้ทรงลาผนวชเมื่อพระชนมายุ ๑๘ พรรษา และเข้ารับราชการในกรมสรรพยุทธ และช่างสนะ(ช่างเย็บผู้ชาย)เป็นเวลา๔ปี ในปีพ.ศ.๒๔๒๑ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ว่ากรมอักษร พิมพ์ ทรงออกหนังสือพิมพ์ดรุโณวาท เป็นรายปักษ์ อันเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกของคนไทย ทรงเป็นทั้ง บรรณาธิการและผู้พิมพ์ผู้โฆษณา ด้วยความดีความชอบที่ได้ฉลองพระเดชพระคุณด้านการโรงพิมพ์ การเย็บ หมวก และการจารึกแผ่นศิลาประดับวัดพระศรีรัตนศาสดารามได้ทันพระราชประสงค์ ในปี พ.ศ. ๒๔๒๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม ทรงพระนามจารึกตามพระสุพรรณบัฏว่า กรมหมื่นพรหมวรานุรักษ์

พ.ศ. ๒๔๓๕ จนถึงสิ้นรัชกาลที่ ๕ ทรงรับราชการในกระทรวงยุติธรรม ทรงว่าราชการในตําแหน่ง ต่างๆ เช่น อธิบดีศาลอุทธรณ์คดีหลวง อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งสรรพากร อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คดี ราษฎร์ และอธิบดีศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ เป็นต้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ขึ้นครองราชย์ ได้ทรงสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองเสือป่า ทรงเข้ารับการฝึกหัดตั้งแต่ได้รับพระราชทานยศพล เสือป่า จนกระทั่งยศนายหมวดเอกในกรมเสือป่าราบหลวงรักษาพระองค์ และยังได้รับพระราชทานยศเป็น มหาอํามาตย์โท และมหาเสวกโทในเวลาต่อมา ด้วยคุณความดีที่ได้ทรงรับราชการในตําแหน่งต่างๆ และพระ ปรีชาในพระราชกําหนดกฎหมายเป็นที่วางพระราชหฤทัยได้ ในปีพ.ศ. ๒๔๕๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็นเจ้าต่างกรมผู้ใหญ่ ทรงพระนามว่า กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์

ในบั้นปลายของพระชนม์ชีพได้ทรงรับเชิญเป็นเนติบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และเป็นกรรมการศาลฎีกา จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๖๔ ได้กราบถวายบังคมลาออกจากตําแหน่งเนื่องด้วยทรงพระชรามีพระโรคเบียดเบียน ในครั้งสุดท้ายพระโรคเกิดแต่พระอันตะอัมพาตและสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๗ สิริรวม พระชนมายุ ๖๗ พรรษา ทรงมีพระโอรสและธิดาที่ยังคงชนม์อยู่ขณะนั้นคือพระโอรส ๒๔ พระธิดา ๑๔ รวม ๓๘ พระองค์

ที่มา จักรวรรดิวัตรคำฉันท์ และพระประวัติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมราชวงศ์ (หญิง) รัตนา เกษมสันต์ (เป็นกรณีพิเศษ) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร วันจันทร์ที่ ๑๓ ตุลาตม พ.ศ. ๒๕๕๓ ยุทธนาวรากร แสงอร่าม, ๒๕๕๓ หน้า ๑๖๒ – ๑๖๓